บทที่ 4 กลืนได้ 2
กระทั่งเขาจูบนางหนัก ๆ อีกสองครั้ง แล้วส่งเสียงพึงใจให้ได้ยิน นางก็เอ่ยถามอีกฝ่ายว่า
“หากผู้น้อยบังอาจขอเป็นฝ่ายควบขี่ม้าศึกบ้าง ทะ…ท่านจะอนุญาตหรือไม่”
ยามนี้ไป๋ลู่เถียนกล้าหาญและบ้าบิ่น นางเรียกเขาอย่างไม่กลัวหัวจะหลุดจากบ่า มิหนำซ้ำยังขอเป็นฝ่ายควบคุมบทรักครั้งนี้ด้วย
“ได้สิ แต่เจ้าต้องแสดงให้เก่ง อย่าได้พ่ายแพ้ง่าย ๆ หรืองอแงยามที่ข้าเสือกความใหญ่โตอัดใส่กลีบนุ่มนิ่มของเจ้าอย่างถี่ยับ”
“ท่านพี่เจ้าขา แม้ข้ายังเด็กและปัญญาทึบสักหน่อย แต่เรื่องขี่ม้าและควบให้มันไปสู่จุดหมาย คือสิ่งที่ข้าชำนาญ อีกทั้งผู้ใดก็ห้ามดูถูก” เมื่อกล่าวจบนางก็ปรับเปลี่ยนท่าทางตน โดยมีปันเส้าเฟิงคอยช่วยทุกการเคลื่อนไหวนั้นแก่นกายเขายังฝังอยู่ในแอ่งเนื้อนุ่มนิ่ม ทั้งคู่ครางผสานกัน เดี๋ยวจูบ เดี๋ยวซุกไซ้เรือนกายอีกฝ่ายอย่างไม่มีใครยอมแพ้
กระทั่งไป๋ลู่เถียนนั่งทับบนตัวของปันเส้าเฟิง นางจึงค่อย ๆ ยกบั้นท้ายขึ้น สลับการบดเบียดและส่ายเย้ายั่วยวนเขา
หัวคิ้วเข้ม ๆ ของปันเส้าเฟิงขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อย ยามนี้เขาคลั่งไคล้นางและคงพร้อมสาดความรักอันขุ่นข้นออกมาแล้ว
“ท่านพี่มั่นใจต่อผู้น้อยหรือไม่”
“เอ เจ้าหมายถึง?”
“ก็ทุกหยาดหยดของท่านพี่ นับแต่นี้จะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว”
“เด็กน้อย เจ้าช่างไร้เดียงสา คืนนี้มากกว่าสามรอบ ข้าก็ปล่อยออกมาให้เจ้ากลืนกินได้ไม่มีวันหมด”
“อ๊ะ...ท่านพี่ล้อข้าเล่นแล้ว”
“เรื่องจริง ปากล่างของเจ้าจะหยาดเยิ้มจนล้นทะลัก และข้าจะกระแทกใส่จนเจ้าไม่อาจร้องขอให้ผู้ใดทำเช่นนี้ได้อีก”
ไป๋ลู่เถียนสยิวใจ มือข้างหนึ่งบีบนวดเฟ้นหน้าอกตน ก่อนบดบี้ยอดถันที่กลายเป็นสีแดงเข้มและแข็งเป็นไต
ส่วนมืออีกยื่นไปเขี่ยริมฝีปากล่างของปันเส้าเฟิงอย่างหยอกเย้า และเขาแกล้งไล่งับนิ้วเรียวสวย
อึดใจต่อมา ไป๋ลู่เถียนถามเขาเสียงสดใส หากเจือด้วยไฟราคะร้อนแรง “เมื่อปากล่างอูม ๆ ของผู้น้อย เต็มอิ่มกับความหวานของท่านพี่แล้ว ส่วนปากบนนี้เล่า ท่านพี่จะทำสิ่งใดกับสตรีโง่เขลา”
ชายหนุ่มหัวเราะหึ ๆ แล้วตอบนางว่า
“เมื่อข้าเสร็จในน้ำที่สี่ ข้าจะป้อนมันใส่ปากเจ้า”
“อ๊ะ น้ำวิสุทธิ์ของบุรุษนั้น สตรีกลืนลงท้องได้หรือเจ้าคะ”
นางถามเขาด้วยน้ำเสียงฉอเลาะ ทั้งออดอ้อน
“เด็กน้อย เชื่อข้าเถิด ทั้งปากล่างและปากบนของเข้า ล้วนกลืนกินน้ำหวานของข้าได้ทั้งสิ้น”
ครึ่งเดือนต่อมา ไป๋ลู่เถียนยังอยู่ในเมืองหลวง นอกจากติดตามข่าวของชายที่ตัดสัมพันธ์นาง ซึ่งก็คือเจิ้งเสี่ยวหยวนเพราะฝ่ายนั้นต้องแต่งงานกับเฉินมี่แล้ว หญิงสาวยังรอพบบุรุษที่หลบหน้านางไม่ไปตามนัดที่หอเซียนเมารัก เมื่อเขาส่งคนมาตามหานางพร้อมมอบของแทนใจ โดยบอกว่าอยากพบนางด่วน
“สิ่งนี้เป็นของคุณชายฟานจริง ๆ หรือ” หญิงสาวเปิดห่อผ้าและพบแหวนหยกกับปิ่นไม้แกะสลักงดงาม นอกจากนั้นยังมีกำไลทองด้วย
“แม่นาง ใครจะกล้าล้อเล่นกัน อีกอย่างยามนี้ คุณชายฟานรอแม่นางเถียนอยู่ ดังนั้นอย่าชักช้าเลย”
หญิงสาวไฉนจะไม่ดีใจ ทุกอย่างที่นางตั้งใจให้เกิดขึ้นอาจไม่ได้เป็นไปตามแผนการเดิม เพราะนางเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตตนใหม่ จากเดิมที่ต้องพลีกายให้แก่อี้ฟานแล้วมีชะตากรรมแสนอาภัพ นางกลับมอบความสาวให้แก่ซือหม่าปัน ผู้ที่ยามนี้มีอำนาจเป็นรองก็แค่ฮ่องเต้ ชีวิตใหม่นี้นางถือแต้มนำทุกคน เช่นนี้ขอเพียงฉลาด ไม่พลาดท่าต่อผู้อื่นอีก ไป๋ลู่เถียนก็ไม่ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ
“แล้วเขาต้องการให้ข้าไปพบที่ใด”
“เรือนรับรองนอก รถม้ารออยู่แล้ว เชิญแม่นาง”
สตรีผู้นั้นบอก และผายมือให้ไป๋ลู่เถียนก้าวตามไปขึ้นรถม้า ทว่าหญิงสาวสังหรณ์ใจบางอย่าง อันที่จริงนับแต่มีความลึกซึ้งกับปันเส้าเฟิง ในตอนเช้ามืดของวันใหม่ หญิงสาวลักลอบออกจากห้องพักในหอเซียนเมารักด้วยการปลอมตัวเป็นสาวใช้ คราแรกเกือบถูกคนของปันเส้าเฟิงจับได้ แต่ด้วยมีไหวพริบ ทั้งแสร้งพูดจาวกวนไปมา ผู้ติดตามของชายหนุ่มจึงไม่อยากเสวนาด้วย
และการที่นางหายตัวไปจากเขา ไม่ใช่ความโง่เขลา แต่เป็นเพราะนางอยากให้เขากระวนกระวายใจ จนต้องติดตามหานาง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง นางจะกลายเป็นสตรีที่อยู่เหนือผู้อื่น ทั้งยังได้สะสางเรื่องราวอันบัดซบที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตด้วย
การที่ไป๋ลู่เถียนอยู่ในโลกจีนโบราณนี้ นางย่อมไม่มีรองเท้าแก้วทิ้งไว้ให้ปันเส้าเฟิงดูต่างหน้า ดังนั้นสิ่งที่นางฝากไว้แก่เขาจึงเป็นถุงหอม และหญิงสาวจำได้ว่า ในรอบที่สี่หลังจากนางเชื่อฟังคำสั่งปันเส้าเฟิงด้วยการกลืนความหวานล้ำของเขาลงท้อง อีกฝ่ายก็หายใจแรง ทั้งยังอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด นางจึงเอื้อมมือไปหยิบถุงหอมของตน เพื่อช่วยให้เขาผ่อนคลาย และกลับมามีกำลังวังชาเช่นเดิม
“เด็กน้อย กำลังเล่นกลอันใด หรือกลัวว่า บุรุษผู้นี้จะตายคาอกอวบอิ่มคู่งาม”
“มิได้ ผู้น้อยอยากให้ท่านพี่มีสติเสมอเมื่ออยู่ด้วยกันจะได้ล่วงรู้ว่า เราเสพรักกันลึกซึ้ง ทั้งหนักหน่วงเพียงใด และถุงหอมจากบ้านเดิม คือยาชูกำลังช่วยให้บุรุษมีแรงดังม้าศึก ออกรบในสงครามเจ็ดวันเจ็ดคืนก็ไม่มีวันอ่อนแรง สำหรับสตรีย่อมทำให้นางมีกลิ่นกายหอม เย้ายวนใจ”
นางบอกพร้อมส่งถุงหอมให้เขาดมกลิ่น
“ใช่ นี่คือกลิ่นที่ทำให้ข้าปรารถนาในตัวเจ้าตลอดเวลา” เมื่อปันเส้าเฟิงเอ่ยจบ เขาก็คล้ายจะกระปรี้กระเปร่าขึ้น ขณะเดียวกันดวงตากลมโตก็ซุกซนเหลือเกิน ด้วยเห็นว่าท่อนลำเขาที่คอพับลงเมื่อครู่กำลังพองขยายทีละนิด
